ผู้สื่อข่าว: หมอประสิทธิ์ครับ เมื่อกี้หมอเล่าถึงเคสของคุณสมชาย น่ากลัวมากครับ แล้วหมอคิดว่ามีอะไรที่เขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ไหมครับ ถ้าเขารู้ตัวก่อน?
ศ.นพ.ประสิทธิ์: "แน่นอนครับ ถ้าเขาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น และมีการเตรียมตัวมากกว่านี้ เขาอาจจะไม่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตเช่นนี้ ผมยังจำได้ดีว่า ตอนที่เขาถูกส่งตัวเข้าห้อง ICU ออกซิเจนของเขาต่ำกว่า 80% และระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 450 mg/dL ซึ่งเกินกว่าขีดอันตรายหลายเท่า
ผู้สื่อข่าว: หมายความว่าการป้องกันสำคัญกว่าการรักษาใช่ไหมครับ?
ศ.นพ.ประสิทธิ์: "ถูกต้องครับ หลายคนคิดว่าแค่ใส่หน้ากากและล้างมือก็เพียงพอ แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, และคนอายุ 40 ปีขึ้นไป การป้องกันต้องเริ่มจาก 'ภายใน' นั่นหมายถึงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด, การออกกำลังกายสม่ำเสมอ, และการดูแลสุขภาพจิตใจ
นอกจากนี้ ยังต้องหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด, รักษาความสะอาดมือ, และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก, ผลไม้, และโปรตีนจากพืช ซึ่งสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้"
ผู้สื่อข่าว: แล้วสำหรับคนอายุ 40+ ที่ยังไม่มีอาการของโรคเรื้อรัง แต่เริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หมอมีคำแนะนำอะไรไหมครับ?
ศ.นพ.ประสิทธิ์: "ใช่ครับ, หลายคนอาจไม่รู้ว่าร่างกายของเรามี 'สัญญาณเตือน' ก่อนที่โรคจะเกิดขึ้นจริง เช่น อาการอ่อนเพลีย, หายใจสั้น, นอนไม่หลับ, และน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างผิดปกติ นี่อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระบบเมตาบอลิซึม (metabolism) และภูมิคุ้มกัน
ผมขอแนะนำว่า ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ, หลีกเลี่ยงอาหารหวาน, และออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง"